Spread the love

เทคโนโลยีการยกกระชับใบหน้าในยุคนี้มีมากมายหลากหลายวิธี แต่ที่เคยเป็นที่นิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘การฉีดโบท็อกซ์’ เพราะทำให้ใบหน้าเรียวเล็กแลดูอ่อนวัย กระชับรูขุมขน ขจัดริ้วรอยได้ แบบไม่ต้องผ่านการผ่าตัดกราม หากแต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยกว่าเกิดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Hifu, Ulthera และ Thermage ซึ่งการทำเทอร์มาจ เป็นอีกหนึ่งวิธียอดฮิตที่สาวๆ ในยุคนี้เลือกใช้ หากคุณเคยได้ยินเกี่ยวกับการทำเทอร์มาจมาบ้าง แต่ไม่แน่ใจว่าคืออะไร? ทำแล้วให้ผลลัพธ์อย่างไรบ้าง? วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้กัน

การทำเทอร์มาจ (Thermage) คืออะไร?

การทำเทอร์มาจ คือการนำเอาคลื่นความถี่ของวิทยุมาเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน จากนั้นก็ส่งผ่านความร้อนนี้ลงไปยังผิวหนังชั้นใน เมื่อเครื่องทำเทอร์มาจสร้างความร้อนแบบสม่ำเสมอ จะทำให้โครงสร้างที่อยู่ใต้ผิวหนังมีการกระชับตัวดีขึ้น อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังมีการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นในระยะเวลาต่อมา ทำให้เกิดผลลัพธ์ในระยะยาว อีกทั้งยังเห็นผลได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องผ่าตัด

ทำเทอร์มาจต่างจากการทำโบท็อกซ์อย่างไร?

การฉีดโบท็อกซ์ คือการฉีดสาร Botolinum Toxin A (โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ) เข้าไปในผิวหนัง และจะออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายเซลล์ประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว และลดการทำงานของกล้ามเนื้อลง ส่วนการทำเทอร์มาจคือการส่งความร้อนเข้าไปกระชับใต้ผิวหนังชั้นลึก จึงไม่มีการฉีดสารเข้าไปใต้ผิวหนังเหมือนโบท็อกซ์ แถมการทำเทอร์มาจยังสามารถกระตุ้นการเกิดคอลลาเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่โบท็อกซ์ทำไม่ได้ ผลข้างเคียงของการทำเทอร์มาจจึงน้อยกว่าโบท็อกซ์ อีกทั้งผลลัพธ์ยังมีอายุยาวนานราว 1-2 ปี (แล้วแต่สภาพผิว) ในขณะที่โบท็อกซ์มีอายุอยู่แค่ 6-12 เดือนเท่านั้น

ทำไมหลายคนจึงเปลี่ยนจากโบท็อกซ์ มาทำเทอร์มาจแทน?

ถึงแม้การทำเทอร์มาจจะมีราคาสูงกว่าทำโบท็อกซ์ แต่ผลการรักษาของการทำเทอร์มาจนั้นสามารถอยู่กับคุณได้นานกว่า อีกทั้งยังกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนในผิวได้ในระยะยาว ไม่แปลกที่สาวๆ หลายๆ คนจะเริ่มเปลี่ยนมายกกระชับใบหน้าด้วยการทำเทอร์มาจมากขึ้น

เรื่องเกี่ยวกับการทำเทอร์มาจที่คุณอาจยังไม่รู้

การทำเทอร์มาจไม่ได้ทำได้เฉพาะใบหน้าเท่านั้น หากแต่สามารถยกกระชับผิวได้ทั่วทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นต้นขา, สะโพก, หรือต้นแขน อีกทั้งการทำเทอร์มาจยังเป็นมากกว่าการยกกระชับ เพราะช่วยปรับโครงสร้างระดับลึก ให้ผิวสดใส มีน้ำมีนวลอีกด้วย

หากสาวๆ คนไหนที่สนใจอยากทำเทอร์มาจ วิธีที่ดีที่สุดคือการเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากคุณกำลังสงสัยว่าผิวหน้าของตัวเองเหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์หรือการทำเทอร์มาจมากกว่ากัน ไม่ควรเลือกด้วยตัวคุณเอง แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย และเลือกตัวเลือกยกกระชับใบหน้าตามดุลยพินิจของแพทย์ เพราะความสวยต้องมาคู่ความปลอดภัยนะคะ

ไขข้อสงสัย เพราะเหตุใดสาวๆ ถึงบอกลาโบท็อกซ์ มาหาการทำเทอร์มาจมากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

shares